น้องคิตตี้จะมาเมาท์มอยให้ฟังแบบเข้าใจง่ายและ ไม่ซ้ำใคร กับสองตัวละครลับในวงการ SEO ที่บอกเลยว่า ถ้าคุณเขียนเว็บไซต์โดยไม่รู้จักพวกเขา ถือว่า “พลาดขั้นสุด”
Title กับ Meta Description คืออะไรเหรอคะ?
น้องคิตตี้เองค่ะ นักเขียนสายหวานที่มีสกิล SEO แอบแซ่บอยู่ในใจ มาทำความรู้จักกับ Title Tag กับ Meta Description กันแบบละเอียดยิ่งกว่าเวลาส่องแฟนเก่าบน IG!
Title Tag คืออะไร ?
Title Tag หรือบางคนก็เรียกแบบชิคๆ ว่า “SEO Title”
คือ ชื่อเรื่อง ที่จะแสดงบนผลการค้นหาของ Google ค่ะ
เวลาเราค้นหาคำว่า:
“เค้กช็อกโกแลตสูตรไม่อ้วน”
สิ่งแรกที่โผล่มาในหน้าผลการค้นหา (Search Results) ก็คือ Title ของแต่ละเว็บไซต์ค่ะ!
น้องคิตตี้เรียกมันว่า “พาดหัวเรียกแขก” เพราะถ้าเขียนไม่โดนใจ… คนก็เลื่อนผ่านไปเลยค่ะ
ตัวอย่างหน้าตา Title:
<title>เค้กช็อกโกแลตไม่อ้วน – สูตรลับจากเชฟคิตตี้</title>
Meta Description คืออะไร ?
Meta Description ก็คือ ข้อความสั้นๆ ที่อยู่ใต้ Title นั่นเองค่ะ เหมือนเป็นคำโปรยที่บอกว่า “ในหน้านี้มีอะไรนะ~”
เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนเวลาหนูส่งประวัติให้แฟนใหม่ดูอะค่ะ ต้องเขียนให้น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ “ชอบกินหมูกระทะ” แล้วจบ
ตัวอย่าง Meta Description:
<meta name="description" content="แจกสูตรเค้กช็อกโกแลตไม่อ้วน เนื้อนุ่ม ไม่ใช้เนย ไม่ใช้น้ำตาลขัดขาว เหมาะกับสายเฮลท์ตี้ กินแล้วไม่รู้สึกผิด!">
หน้าที่หลักของ Title กับ Meta Description ก็คือ…
ดึงดูดคนให้ คลิกเข้าเว็บเรา ก่อนเว็บอื่นค่า
เทคนิคเขียน Title & Meta Description ให้ Google ชอบ
1. ใส่ “คีย์เวิร์ด” ไว้ใกล้ต้นๆ
เพราะ Google ชอบความชัดเจนค่ะ เหมือนเวลาเราถามแฟนว่า “กินอะไรดี” แล้วเขาตอบว่า “อะไรก็ได้” … แหม อย่าให้ขึ้นนะคะ
ตัวอย่างที่ดี:
เค้กกล้วยหอม สูตรไม่ง้อเตาอบ – ทำง่ายใน 15 นาที
2. เขียนให้เหมือนคนพูด ไม่ใช่หุ่นยนต์
หลีกเลี่ยงการยัดคำเยอะๆ แบบนี้:
“เค้กกล้วยหอม เค้กกล้วยหอมง่ายๆ เค้กกล้วยหอมอร่อย เค้กกล้วยหอมไม่ใช้เตาอบ”
ฟังแล้วเหนื่อยแทนเลยค่ะ เอาให้ดูธรรมชาติ เหมือนเล่าให้เพื่อนฟังดีกว่า
3. ใช้ตัวเลขหรือเวลา ช่วยดึงความสนใจ
Google กับคนอ่านชอบอะไรที่จับต้องได้ค่ะ เช่น:
- 5 วิธีลดพุงภายใน 7 วัน
- สูตรน้ำปั่นเฮลท์ตี้แคลต่ำ 100 แคลลอรี่
4. ชัดเจน ไม่ยาวเกินไป
- Title: ควรไม่เกิน 60 ตัวอักษร
- Meta Description: ประมาณ 150–160 ตัวอักษร
ถ้ายาวเกิน Google จะตัดข้อความแล้วขึ้น “…” แบบเฟดๆ ดูไม่รู้เรื่องเลยค่ะ เสียของสุด
5. ใส่คำชวนคลิก (Call to Action)
อย่างเช่น:
- ดูสูตรเลย!
- อ่านต่อ!
- คลิกดูเคล็ดลับ!
- ไม่คลิกคือพลาด! (น้องคิตตี้ขออันนี้เลยค่ะ ฮา~)
ตัวอย่างการเขียน Title + Meta Description แบบปังๆ
Title:
“ส้มตำแซ่บๆ ฉบับอีสานแท้ – สูตรเด็ด น้ำปลาร้านัวๆ”
Meta Description:
“สอนทำส้มตำรสแซ่บจากอีสานแท้ๆ พร้อมเทคนิคลับ น้ำปลาร้าไม่คาว ใครได้ชิมต้องร้องซู้ด!”
แบบนี้ทั้ง Google และผู้อ่านเห็นแล้วก็อยากคลิกแน่นอนค่ะ!
ข้อควรระวังในการเขียน Title Tag
1. ยัดคีย์เวิร์ดแบบมาราธอน (Keyword Stuffing)
ใส่คำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนท่องสูตรคูณ
ตัวอย่างผิด:
“เสื้อผ้าราคาถูก เสื้อราคาถูก เสื้อแฟชั่นราคาถูก ออนไลน์ราคาถูก”
แบบนี้ Google จะมองว่าเป็นสแปม!
แนะนำ: เลือกคีย์เวิร์ดหลัก 1–2 คำพอ แล้วแต่งให้เนียนเหมือนบทพูดในซีรีส์เกาหลี
2. ยาวเกิน 60 ตัวอักษร
Google จะตัดข้อความทิ้งแบบไม่ขออนุญาตเลยค่ะ
“แจกสูตรลดน้ำหนักเร่งด่วนใน 7 วันแบบไม่ต้องอ…”
แนะนำ: อยู่ในช่วง 50–60 ตัวอักษรกำลังดีค่า~
3. ซ้ำกันทั้งเว็บ
บางคน Copy Paste หัวข้อเดียวใช้หมดทุกหน้า… อันนี้ Google ไม่ปลื้มนะคะ
แนะนำ: เขียน Title เฉพาะสำหรับแต่ละหน้า จะช่วยให้จัดอันดับ SEO ได้ดีขึ้น
4. ไม่สื่อถึงเนื้อหา
“ที่สุดของที่สุดที่คุณห้ามพลาด!”
ห๊ะ? คืออะไรกันคะคุณพี่??
แนะนำ: บอกให้ชัดเลยค่ะว่าเพจนี้เกี่ยวกับอะไร เช่น:
“แจกสูตรไข่ตุ๋นไมโครเวฟ – ทำง่ายใน 5 นาที”
ข้อควรระวังในการเขียน Meta Description
1. ยาวเกินไป (หรือสั้นเกินไป)
- ถ้ายาวเกิน 160 ตัวอักษร → Google จะตัดจบแบบเศร้าใจ
- ถ้าสั้นเกิน → ก็ไม่ดึงดูดพอ
แนะนำ: เขียนให้พอดีๆ ประมาณ 140–160 ตัวอักษร
2. ไม่มีคีย์เวิร์ด
ก็เหมือนเขียนจดหมายถึงแฟน แต่ไม่ลงชื่อค่ะ… ใครจะรู้ว่าเขียนถึงใคร
แนะนำ: ใส่คีย์เวิร์ดสำคัญลงไปใน Meta Description ด้วยนะคะ
3. ไม่กระตุ้นให้คลิก (No Call to Action)
อ่านแล้วนิ่ง เหมือนอ่านฉลากโจ๊กซอง
แนะนำ: เติมประโยคเรียกความสนใจ เช่น:
- อ่านเลย!
- ดูสูตรตอนนี้!
- เคล็ดลับนี้คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!
4. เขียนไม่ตรงกับเนื้อหาในเว็บ
คนคลิกเข้ามาเจอเนื้อหาไม่ตรง = เด้งกลับ = Google หักคะแนน SEO เลยค่ะ
แนะนำ: เขียนให้ตรงกับสิ่งที่หน้าเว็บนำเสนอจริงๆ นะคะ
ตารางปรับเทียบ สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ
| ❌ สิ่งที่ควรเลี่ยง | ✅ สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ยัดคีย์เวิร์ดเยอะเกิน | ใช้คีย์เวิร์ด 1–2 คำแบบธรรมชาติ |
| ข้อความยาวเกิน | Title ไม่เกิน 60 ตัว, Description ไม่เกิน 160 ตัว |
| ใช้ซ้ำกันทุกหน้า | เขียนเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละหน้า |
| ไม่กระตุ้นคนคลิก | ใช้คำชวนคลิก (Call to Action) |
| ไม่ตรงกับเนื้อหา | เขียนให้สอดคล้องกับสิ่งที่อยู่ในเพจจริง |
สรุป
| หัวข้อ | สรุปแบบชัดเจน |
|---|---|
| Title | ชื่อเรื่องบน Google ที่คนเห็นก่อนคลิก |
| Meta Description | ข้อความอธิบายสั้นๆ ว่าเว็บเราพูดเรื่องอะไร |
| เขียนยังไงให้ดี | ใส่คีย์เวิร์ด, ชัดเจน, กระชับ, ชวนคลิก |
| ห้ามทำ | ยัดคีย์เวิร์ดพร่ำเพรื่อ, เขียนยาวเกิน, ไร้อารมณ์ |
Title กับ Meta Description อาจจะดูเป็นแค่ “หน้าตา” ของเว็บไซต์ใน Google แต่เชื่อเถอะค่ะ มันเป็น ความประทับใจแรก เลยนะคะ ถ้าเขียนดี มีเสน่ห์ Google ก็จะพาเราไปอยู่หน้าแรก ส่วนคนอ่านก็จะคลิกแบบไม่ลังเลเลยค่าา~
– น้องคิตตี้ นักเขียน SEO ที่เขียนไปหิวไป
